Showing posts with label เที่ยวทะเล. Show all posts
Showing posts with label เที่ยวทะเล. Show all posts

Tuesday, May 7, 2013

ดำน้ำตะลอนชมปะการัง ที่ทะเลชุมพร


ว้า...แย่จัง ฟ้าปิดอย่างนี้แล้วจะดำน้ำสนุกมั้ยเนี่ยŽ"""""" เสียงเพื่อนร่วมก๊วนบ่นพึมพำ ท้องฟ้าในเช้าวันนี้ที่มีเมฆหมอกหนาทึบ ไร้วี่แววของแสงตะวัน ทำเอาพวกเรา "นายรอบรู้"เฉาไปตามๆ กัน เอาน่า เดี๋ยวสายๆ แดดคงมาแหละŽ ผมพูดให้กำลังใจ ก่อนไปติดต่อขอเช่าเรือภายในที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ไม่นานเรือลำน้อยก็พาพวกเราทั้งเจ็ดชีวิตมุ่งหน้าออกสู่ทะเลกว้าง ค่อยๆ แล่นลัดเลาะผ่านป่าชายเลนไปจนพบกับเวิ้งทะเลสีครามกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา
หาดทรายขาวกับปูลมบนเกาะทองหลาง
แดดออกแล้ว ดีใจจังŽ เสียงใครคนหนึ่งร้องขึ้น บางคนรีบชโลมครีมกันแดด บางคนก็สาละวนลองเสื้อชูชีพกับหน้ากากกันน้ำ ส่วนผมเชียร์ให้เรือแล่นไปถึงจุดหมายเร็วๆ เพราะอยากเล่นน้ำทะเลใจจะขาด ไม่นานเสียงเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่มมาตลอดทางก็ค่อยๆ เบาลงเมื่อถึง เกาะทองหลาง เกาะไม่ใหญ่โตนัก แต่มีจุดเด่นคือด้านตะวันตกของเกาะมีชายหาดขาวสะอาดเป็นแนวยาวกว่า 100 ม. ร่มรื่นด้วยแมกไม้นานาชนิด ทั้งบริเวณรอบๆ เกาะยังมีปะการังน้ำตื้นให้ดูอีกด้วย ทันทีที่เรือเบนหัวเข้าจอดที่ชายหาด ทุกคนต่างเริ่มทำกิจกรรมที่ตนเองชื่นชอบ บ้างดำน้ำดูปะการัง บ้างเก็บเปลือกหอยกองโตมาชื่นชม บ้างก็จับกลุ่มเล่นน้ำทะเลกันอย่างสนุกสนาน ผมชอบการผจญภัย จึงลงไปเดินสำรวจชายหาดทันที เฮ้ย! ปูŽ สาวร่างอวบในกลุ่มของเราจับปูลมตัวใหญ่ได้ด้วยความบังเอิญ พวกเรามุงดูด้วยความสนใจ ก่อนจับเจ้าปูมาเป็นแบบถ่ายรูปไปสองสามช็อต แล้วปล่อยมันลงสู่พื้นทรายตามเดิม เราใช้เวลาที่เกาะทองหลางนานพอสมควร ไอ้หนู ข้างหน้ายังมีสวยกว่านี้อีกเยอะŽ พี่แบนคนขับเรือตะโกนบอก พวกเราจึงเคลื่อนขบวนไปยังเกาะต่อไป
เที่ยวบ้านนกนางแอ่น ดูปะการังสวยที่เกาะรังกาจิว
จากเกาะทองหลาง นั่งเรือมาแค่ 10 นาทีก็ถึงเกาะรังกาจิว ซึ่งเป็นเขาหินปูนมีแนวโขดหินสูงชันเต็มไปด้วยโพรงถ้ำน้อยใหญ่ที่นกแอ่นพากันมาทำรังมากมาย เกาะรังกาจิวจึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า เกาะรังนก บริเวณหน้าโพรงถ้ำริมชายหาดมีจารึกอักษรพระปรมาภิไธย จปร ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2432 พระองค์เสด็จประพาสเกาะนี้เพื่อทอดพระเนตรการเก็บรังนก ทางราชการเปิดให้เอกชนทำสัมปทานเก็บรังนก ในอดีตย้อนหลังไปราว 4-5 ปี ด้วยเกรงว่าจะมีคนมาขโมยรังนกจึงไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวขึ้นมาบนเกาะ ทั้งกำหนดขอบเขตระยะเข้าออกไม่ให้เรือแล่นผ่านใกล้รอบเกาะด้วย แต่ปัจจุบันอนุญาตให้ขึ้นไปบนหาดทรายของเกาะและสามารถดำน้ำชมปะการังรอบๆ เกาะได้ รอบเกาะรังกาจิวเป็นแนวปะการังน้ำตื้น มีดอกไม้ทะเลสีสันสวยงามให้ฝูงปลาทะเล ทั้งปลานกแก้ว ปลาการ์ตูน และปลาลายเสือ แหวกว่ายเล่น
ผมอยากเห็นปะการังน้ำตื้นชัดๆ เลยจัดแจงใส่เสื้อชูชีพพร้อมหน้ากากดำน้ำและสน็อกเกิลลงไปลอยตัวคว่ำหน้าบนผิวน้ำ ชมฝูงปลาและแนวปะการังอย่างสบายอารมณ์ วู้...ว...ว ดูสิ ปะการังสวยจริงๆŽ ผมร้องบอกพลางชี้มือชี้ไม้ชักชวนให้เพื่อนๆ ดูตาม แต่หอยเม่นเยอะ ระวังไปเหยียบโดนได้ร้องจ๊ากแน่Ž สาวร่างอวบคนเดิมเตือนให้ระวัง ขณะดำน้ำผมลองนับจำนวนหอยเม่น นับไปนับมาได้เกือบ 50 ตัวทีเดียว พวกเราเพลิดเพลินกับการดำน้ำจนลืมเวลา กระทั่งพี่แบนต้องร้องเรียกให้กลับมาที่เรืออีกครั้ง ก่อนเดินทางไปยังเกาะต่อไป พี่แบนขับเรือวนรอบเกาะรังกาจิวให้พวกเราชมวิว ผมไม่เห็นบ้านเรือนผู้คนบนเกาะเลย มองไปทางไหนก็เห็นแต่กระท่อมคนงานเฝ้ารังนกตั้งอยู่บนโขดหินสูงเต็มไปหมด
ยลดอกไม้ทะเลงามๆ ที่เกาะละวะ เกาะหลักแรด
พี่แบนในฐานะเจ้าถิ่นชี้ให้พวกเราดูดอกไม้ทะเลใต้น้ำทะเลซึ่งใสราวกระจก...นี่คือเสน่ห์ของเกาะละวะ ผมอดใจไม่ไหวกระโจนลงน้ำทันที เกาะละวะอุดมไปด้วยดอกไม้ทะเลและปะการังต่างๆ ผมมีโอกาสเห็นปลานกแก้วฝูงใหญ่สีสันสดสวย ฝูงปลาตะกรับลายหลังเหลือง รวมถึงปลาเล็กปลาน้อยมากมายหลายฝูงว่ายโฉบผ่านไป...เท่านี้ก็ประทับใจนักแล้ว หลังเติมพลังด้วยมื้อเที่ยงแสนอร่อย เราก็พร้อมลุยดำน้ำกันต่อ ดอกไม้ทะเลที่เกาะหลักแรดสวยกว่ามีเยอะกว่าที่อื่นๆŽ พี่แบนกระตุ้นพวกเรา แล้วก็ได้ผล... ไปเลยพี่ อย่ารอช้าŽ ผมเร่งเร้าให้เบนหัวเรือออกเดินทางทันที เพียง 20 นาทีเราก็มาถึงเกาะหลักแรด ผมถึงกับตะลึงอ้าปากค้าง แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง...น้ำทะเลเกาะหลักแรดใสแจ๋วขนาดนี้เชียวหรือ เพียงแค่ชะโงกหน้าจากเรือมองลงไปก็ได้เห็นโลกใต้ทะเลอย่างชัดเจน ดอกไม้ทะเลน้อยใหญ่ขึ้นอยู่เป็นบริเวณกว้าง เราต่างไม่รั้งรอ ผมคว้าหน้ากากดำน้ำมาสวมแล้วโจนลงทะเล ลอยตัวดำผุดดำว่ายบนผิวน้ำเท่านั้นไม่หนำใจ ดำแบบฟรีไดฟ์วิงสิŽ เพื่อนร่วมก๊วนเสนอ
ด้วยความที่อยากเห็นโลกใต้ทะเลชัดยิ่งกว่าเดิม ผมจึงตัดสินใจดำน้ำแบบฟรีไดฟ์วิง สวมหน้ากากดำน้ำแล้วก็สวมหัวใจสู้เต็มร้อย สูดลมเข้าเต็มปอดแล้วมุดลงน้ำไปเลย ปะการัง ดอกไม้ทะเล หอยเม่น หอยมือเสือ ฝูงปลาตัวเล็กตัวน้อยแหวกว่ายท่ามกลางโลกใต้ทะเลอันงดงาม เป็นดังความสุขซึ่งเอื้อมมือก็สัมผัสถึง โดยเฉพาะปลาการ์ตูนอินเดียนแดงสีส้มอมชมพู 2-3 ตัวหน้าตาน่ารักที่หลบซ่อนอยู่ในดงดอกไม้ทะเลนั้น เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ พวกมันทำท่าผลุบๆ โผล่ๆ ดูน่าขำ ทั้งพฤติกรรมตลกๆ อย่างนั้นก็ดูเหมือนเจ้าปลามีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนที่แหวกว่ายลงไปพบไปชมมัน การดำน้ำแบบฟรีไดฟ์วิงอาจดำได้ไม่ลึกและนานเท่าการดำน้ำลึกแบบสกูบา แต่มันก็ทำให้ผมได้รับประสบการณ์แปลกใหม่ที่ไม่เคยพบมาก่อน
เกาะมาตรากับฝูงปลาหลากชนิด
เกาะมาตราเป็นเกาะสุดท้ายของการเดินทางครั้งนี้ เมื่อเรือเบนหัวเข้าเทียบท่า ฝูงปลาตะกรับลายหลังเหลืองหรือปลาลายเสือก็ว่ายน้ำดุกดิกเข้ามาต้อนรับ สีสันสดสว่างของพวกมันแต่งแต้มให้น้ำทะเลมีเสน่ห์ชวนจดจ้อง ถึงตอนนี้เรี่ยวแรงของพวกเราบางคนเริ่มถดถอย ทำทีทำท่าบ่ายเบี่ยงไม่อยากลงดำน้ำ "ปลาที่นี่มีสวยๆ เยอะเลยนะ"Ž พี่แบนเพิ่มเติมข้อมูล จูงใจคนเริ่มอิดออด ตูม!Ž แต่ผมไม่รอช้า กระโจนลงคนแรก พร้อมให้กำลังใจตัวเองไปด้วย เอ้า! เหนื่อยเป็นเหนื่อย ขอให้ได้เห็นเป็นพอŽ ผมลอยตัวอยู่บนผิวน้ำไกลจากท่าออกไปพอสมควร ได้เห็นปลาผีเสื้อหน้าดำ 2 ตัวว่ายเคียงคู่กันไม่ยอมห่าง ผมเผลอว่ายน้ำตามโดยไม่รู้ตัว ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นปลาผีเสื้อแปดแถบซึ่งว่ายวนเวียนอยู่ตามแนวปะการัง ถือว่าโชคเข้าข้างผม เพราะไม่ง่ายนักที่จะได้เห็นปลาสวยงามชนิดนี้ ท้ายสุดผมยังได้ยลโฉมปลานกแก้วตัวใหญ่ 3-4 ตัวสีสันสะดุดตา แถมด้วยปลาเล็กปลาน้อยว่ายฉวัดเฉวียนไปมาอีกจำนวนมาก สุดยอด สุดยอดจริงๆŽ นั่นเป็นคำอุทานของผมสำหรับเกาะมาตราแห่งนี้
ทริปท่องทะเลชุมพร ดำน้ำมาราธอนครั้งนี้ คงอยู่ในใจผมไม่รู้ลืม ทั้งท้องทะเลสีคราม ปูลม นกแอ่น แนวปะการังสวยๆ ปลาทะเลสีสด ดอกไม้ทะเลงามๆ และเพื่อนร่วมทางที่แสนจะร่าเริง อย่างนี้แล้วใครจะลืมได้
รู้ไว้ก่อนไป!!
อุทยานแห่งชาติหมูˆเกาะชุมพร มีพื้นที่ทั้งหมด 317 ตร.กม. ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งและเกาะต่ˆางๆ ตั้งแต่ อ. เมือง อ. สวี อ. ทุ่งตะโก ไปจนถึง อ. หลังสวน (เกาะต่างๆ นอกชายฝั่งอยู่ในความดูแลของ อ. ปะทิว) ตลอดแนวชายฝั่งทะเล จ. ชุมพรซึ่งยาวประมาณ 222 กม. นั้น อยูˆในเขตอุทยานแห่งชาติหมูˆเกาะชุมพรกว่ˆา 100 กม. ทั้งยังนับเป็นพื้นที่ปƒาชายเลนที่มีระบบนิเวศสมบูรณ์Œแห่ˆงหนึ่งของไทย เกาะที่อยูˆในความดูแลของอุทยานฯ มีทั้งหมด 40 เกาะ เกาะเหนือสุดคือเกาะจระเข้‰ อยูˆในเขต อ. ปะทิว ใต‰สุดคือเกาะคราม ใน อ. หลังสวน ส่วนเกาะที่เป็นแหลˆงดำน้ำที่มีชื่อเสียงก็เชˆน เกาะง่ามใหญˆ เกาะง่ามน‰อย เกาะหลักงˆาม เกาะทะลุ เกาะมาตรา เป็นต้น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร เลขที่ 1/4 หมู่ 5 ต. หาดทรายรี อ. เมือง จ. ชุมพร 86120 โทร. 0-7755-8144-5
เรื่อง : อรรถวุฒิ ที่ปรึกษา ภาพ : วิจิตต์ แซ่เฮ้ง, นัท สุมนเตมีย์

เที่ยวเกาะพยามกับ 7 เหตุผลง่ายๆ


จากแผนที่ จ. ระนอง มองมาทางตะวันตกจะเห็นเกาะเรียงกัน 3-4 เกาะ เกาะที่อยู่ระหว่างเกาะช้างกับเกาะค้างคาวคือ "เกาะพยาม" ซึ่งถ้ายึดว่าการไปเที่ยวควรมีกิจกรรมบันเทิงใจ ยิ่งมีหลายอย่างยิ่งดี เกาะนี้อาจเป็นเกาะที่ "ไม่มีอะไร" เกาะพยามมีบุคลิกแตกต่างจากเกาะแถบทะเลอันดามัน ด้วยเกาะนี้ไม่ใช่เกาะสวรรค์ หาดทรายขาว ทิวมะพร้าวสวย หากแต่เป็นเกาะที่ยังคงธรรมชาติดิบๆ น่าเที่ยวสำหรับคนชอบความเรียบๆ ง่ายๆ ด้วย "7 ข้อดี" ที่เราอยากนำเสนอ
1-ฝึกความพยายาม
จากฝั่งระนอง เราต้องนั่งเรือเมล์ไปไกลราว 30 กม. หลับแล้วหลับอีก หากใครหลับยาก คุยกับคนเรือก็เป็นทางเลือกที่ดี ได้เก็บข้อมูลไว้เป็นความรู้รอบตัวด้วย ว่าเกาะที่เรือล่องผ่านเกาะไหนเป็นของไทย เกาะไหนเป็นของพม่า เมื่อถึงเกาะพยามแล้ว ไม่ว่าจะไปที่พักหรือที่เที่ยวก็ต้องต่อมอเตอร์ไซค์ เส้นทางมีหลายรูปแบบ ทั้งทางดินขนาบด้วยป่ารก ทางคอนกรีต ทางหินขรุขระ ทางลาดชัน รวมถึงบางทีต้องขับรถเหยียบบน หาดทรายชายทะเลตอนน้ำลงด้วย ถ้าความพยายามมีอยู่ในตัวเรา เกาะพยามจะไปอยู่ที่ไหนได้เล่า
2-ที่พักมีหลายระดับให้เลือก
ที่พักบนเกาะพยามมีตั้งแต่ระดับหลักหมื่นจนถึงหลักร้อยบาท แม้ราคาจะถูก ทว่าบางแห่งก็เป็นแบบบ้านน้อยน่ารักแทรกตัวอยู่ในแมกไม้ริมชายหาด ผู้คนมีอัธยาศัยไมตรี แถมของกินก็ราคาไม่พาปวดใจ ใครที่ใฝ่ฝันอยากไปเที่ยวเมืองนอกแต่ยังหาปัจจัยได้ไม่ครบ มาเกาะนี้แล้วจินตนาการว่าเป็นหาดเมืองฝรั่งผมแดงได้ไม่ยาก เพราะแทบทั้งเกาะมีแต่ชาวต่างชาติ ป้ายตามร้านรวงก็มีหลายภาษา เสริมจินตนาการได้ดีทีเดียว
3-ถูกตามเจอได้ยาก
ถ้าคุณอยากมีช่วงเวลาแห่งความสงบสันโดษ อยากหลบลี้หนีผู้คน เกาะพยามเป็นตัวเลือก อันดับต้นๆ สำหรับคุณ ที่นี่ยังไม่บูมมากนัก ถนนคนเดินก็ไม่มี ที่เที่ยวในเกาะเป็นหาดทรายกว้างอย่างอ่าวใหญ่และอ่าวเขาควาย หรือไม่ก็จุดดำน้ำไกลฝั่งออกไป ดังนั้นใครๆ ย่อมพบเจอคุณได้ยาก แต่เกาะนี้ก็มีช่วงให้คุณมาหลบลี้แค่เดือน ต.ค.-พ.ค. เท่านั้น เพราะนอกจากนี้จะเป็นช่วงมรสุม ฝนตกคลื่นลมแรงมากจนแม้แต่เรือข้ามจากฝั่งระนองยังหยุดให้บริการ
4-ติดต่อกับชาวโลกได้สะดวก
แม้จะถูกตามเจอได้ยาก แต่ติดต่อกับชาวโลกได้สะดวก เพราะที่พักแทบทุกแห่งมีสัญญาณสำหรับอินเทอร์เน็ตไร้สายบริการ คนที่อยากจะติดต่อกับใคร หรือกลัวว่ามาเที่ยวแล้วจะตกเทรนด์ ก็เข้าเว็บติดต่อผู้คน ติดตามข่าวสารได้ตลอด ไม่มีข้ออ้าง "สัญญาณเน็ตไม่ไป แต่สัญญาณใจเต็มเปี่ยม" แน่ๆ
5-ซาบซึ้งกับเพลงที่เคยฟัง
หากเลือกที่พักริมทะเล บรรดาลูกคลื่นจะทยอยโถมเข้าฝั่ง ฟังคล้ายเสียงเพลงกล่อม พอถึงยามตะวันใกล้ลับฟ้า ณ มุมสวยๆ อย่างปลายอ่าวใหญ่ บรรยากาศชวนซึ้งจะพาให้หัวใจคุณร้องเพลงที่อยู่ในดวงใจ กระทั่งพ้นช่วงโพล้เพล้ บางที่พักจัดปาร์ตี้เล็กๆ เพลงสนุกๆ ในบรรยากาศสบายๆ จะล่องลอยอยู่รอบตัวคุณ
6-ได้ใช้เวลามากกับสิ่งน้อยสิ่ง
บนเกาะพยามมีอ่าว 2 อ่าว คืออ่าวใหญ่และอ่าวเขาควาย ทั้งสองอ่าวซึ่งมีลักษณะเป็นหาดทรายยาวเหยียดนี้เรียกเป็นที่พักผ่อนจะเหมาะกว่าที่ท่องเที่ยว เพราะคนมาเกาะนี้ส่วนใหญ่จะพักผ่อนริมหาด เดินเล่น นั่งๆ นอนๆ อ่านหนังสือ มากกว่าโดดลงทะเลไปโต้คลื่น และเพราะที่เที่ยวบนเกาะไม่ได้มีมาก ความกังวลว่าจะเที่ยวได้ไม่ครบทุกที่จึงถูกทิ้งไป เราเลยมีเวลามากกับสิ่งน้อยสิ่งบนเกาะนี้
7-สุขอย่างช้า ๆ
เมื่อมีสิ่งน้อยสิ่งให้ทำ เวลาที่มีให้แต่ละสิ่งมากขึ้น ดวงตาเราจึงอาจเห็นอะไรมากกว่าที่เคยเห็น หัวใจเราอาจสัมผัสอะไรได้มากกว่าที่เคยสัมผัส หูเราอาจเปลี่ยนจากการฟังเฉยๆ มาเป็นได้ยิน ลองมองบนพื้นทราย เราเห็นสิ่งมีชีวิตอะไรบ้าง เงี่ยหูฟัง ได้ยินเสียงนกอะไรร่ำร้องไหม แหงนมองท้องฟ้ายามดึก ดวงดาวจินตนาการอะไรแด่คุณ ที่นี่เราละเลียดความสุขได้ เพราะไม่มีอะไรต้องรีบร้อน
ถ้าเปรียบเกาะเป็นสาวสวย เกาะพยามคงเป็นสาวสวยน้อยหน่อย แต่มีความเป็นธรรมชาติ เป็นกันเอง เกาะที่สวยเลิศย่อมเป็นที่หมายปองของผู้คนมากมาย จนอาจมากเกินไปสำหรับเรา พอเปลี่ยนใจมาเกาะพยาม เราเลยพบความสวยน้อยหน่อยแต่แสนงาม
>> การเดินทางไปเกาะพยาม :
ลงเรือที่ท่าเรือเทียบเทศบาลตำบลปากน้ำ (ท่าเรือเกาะพยาม) หลังโรงพักปากน้ำ มีเรือเมล์และสปีดโบ๊ตให้เลือกเรือเมล์ ค่าเรือคนละ 150 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1-2 ชั่วโมง ออกเวลา 09.00 น. กับ 14.00 น. สปีดโบ๊ต ค่าเรือคนละ 350 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมง ออกเวลา 09.00 น. 13.30 น. ควรไปถึงท่าเรือก่อนเวลาเรือออกครึ่งชั่วโมง สำรองที่นั่ง โทร. 08-9727-9876
>> ยานพาหนะส่วนใหญ่ที่ใช้เดินบนเกาะเป็นรถมอเตอร์ไซค์ซึ่งมีทั้งรับจ้างและบริการให้เช่า ตามร้านเช่ามอเตอร์ไซค์มีแผนที่แสดงเส้นทางและที่เที่ยวให้ศึกษาด้วย <<

Sunday, January 27, 2013

ตรัง เที่ยวกี่ครั้งก็ตราตรึง


จังหวัดตรัง เป็นจังหวัดชายทะเลฝั่งตะวันตก ที่ในอดีตพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี(คอซิมบี้ ณ ระนอง) ได้ทูลเกล้าฯ ขอจัดตั้งขึ้นเป็นเมืองในรัชสมัยของพระบาสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยท่านได้รับพระราชทานโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้มาดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองตรังเป็นคนแรก จังหวัดตรังมีพื้นที่ทั้งหมด 4,941 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 10 อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอกันตัง อำเภอห้วยยอด อำเภอย่านตาขาว อำเภอปะเหลียน อำเภอสิเกา อำเภอวังวิเศษ อำเภอนาโยง อำเภอรัษฎา และอำเภอหาดสำราญ มีหมู่เกาะในทะเลอันดามันที่อยู่ในการปกครองกว่า 46 เกาะ ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเดินทางท่องเที่ยว คือ ระหว่างเดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนพฤษภาคมของทุกปี ปัจจุบันนอกจากเสน่ห์ในเรื่องความเก่าแก่ของเมืองตรังแล้ว เมืองตรังยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามมากมายไม่แพ้เมืองชายฝั่งอันดามันอื่นใด ทั้งแหล่งกิน แหล่งช้อปต่างๆ ก็ล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดแม้แต่รายการเดียว โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อนๆ แบบนี้ ‘ความตราตรึงของเมืองตรัง' คงจะทำให้ผู้อ่านคู่หูเดินทางได้ผ่อนคลายหายร้อนกันได้บ้างไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน
จุดหมายแรกเมื่อมาเยือนยังเมืองตรัง ก็คือการไปกราบสักการะ ศาลหลักเมือง เพื่อเป็นสิริมงคลเสียก่อน ศาลหลักเมืองตรังปัจจุบันตั้งอยู่ที่ตำบลตวนธานี อำเภอกันตัง สถานที่ตั้งตรงจุดนี้อยู่บริเวณที่ตั้งเมืองเก่า เป็นศาลหลักเมืองเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีวิญญาณอภิบาลเป็นสตรีจึงเรียกกันว่าศาลเจ้าแม่หลักเมือง เป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจของชาวตรังทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการมีบุตรยากมักจะมาอธิษฐานขอกับบุตรกับเจ้าแม่หลักเมืองเสมอ เมื่อสักการะเจ้าแม่หลักเมืองกันเรียบร้อยแล้ว
จุดต่อไปซึ่งไม่ไกลกันนักที่ควรแวะไปชมก็คือ สถานีรถไฟกันตัง ซึ่งตั้งอยู่บนถนนหน้าค่าย ตำบลกันตัง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เป็นสถานีรถไฟสุดทางของทางรถไฟสายใต้ ฝั่งทะเลอันดามัน ตัวสถานีเป็นอาคารไม้ชั้นเดียวทรงปั้นหยาทาสีเหลืองมัสตาร์ดสลับน้ำตาล ประดับมุมเสาด้วยลวดลายไม้ฉลุ ประตูบานเฟี้ยมแบบเก่า คงเอกลักษณ์เดิมตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานโดยกรมศิลปากรแล้ว แต่ยังคงใช้งานอยู่ โดยมีรถไฟสายกรุงเทพฯ-กันตัง เดินรถทุกวัน แม้ว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาที่นี่จะไม่ได้เดินทางด้วยรถไฟก็ตาม แต่สถานีรถไฟแห่งนี้ถือเป็นแลนด์มาร์คแห่งเมืองกันตังที่ทุกคนต้องมาถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกในการมาเยือนกันทั้งนั้น
จากนั้นก็มาเยี่ยมชมบ้านบุคคลสำคัญของเมืองตรังกันต่อ คือ พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี ตั้งอยู่ห่างจากเทศบาลเมืองกันตังประมาณ 200 เมตร เป็นจวนเก่าเจ้าเมืองตรัง ผู้มีคุณูปการนำความเจริญมาสู่เมืองตรังในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะการนำต้นยางพาราเข้ามาปลูกในเมืองไทยเป็นครั้งแรก สร้างอาชีพชาวสวนยางให้แก่พี่น้องชาวใต้ ส่งผลให้เศรษฐกิจการส่งออกของไทยดีขึ้นจนทุกวันนี้ ปัจจุบันจวนแห่งนี้ได้รับการดูแลรักษาตกแต่งให้คงไว้ซึ่งลักษณะเดิมเสมือนเมื่อครั้งที่ท่านพระยารัษฎาฯ ยังมีชีวิตอยู่ เป็นที่จัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งขนาดเท่าตัวจริงของท่านพระยาฯ พร้อมเครื่องเรือนเครื่องใช้ของท่านในห้องต่างๆ มีภาพถ่ายครอบครัวของท่าน และภาพเหตุการณ์สำคัญของเมืองตรังและหัวเมืองปักษ์ใต้ให้ศึกษาประวัติศาตร์ได้เป็นอย่างดี
เปิดให้เข้าชมทุกวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 8.00 -16.30 น.
หากต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะสามารถติดต่อผู้บรรยายการนำชมล่วงหน้าได้ที่ โทร. 075-274151-8
เมื่อชมพิพิธภัณฑ์ฯ เรียบร้อยแล้วให้เลี้ยวขวามุ่งหน้าเข้าเมืองตรัง เราจะผ่านสิ่งสำคัญอีกอย่างที่เกี่ยวเนื่องกับท่านเจ้าเมือง คือ ต้นยางพาราต้นแรกของเมืองไทย นั่นเอง อยู่บริเวณริมถนน 403 หน้าสหกรณ์การเกษตรกันตัง ยางต้นนี้เป็นต้นยางรุ่นแรกที่พระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองตรัง ได้นำจากมาเลเซียเข้ามาปลูกที่อำเภอกันตัง เมื่อ พ.ศ.2442 ยางต้นนี้ก็ยังคงมีชีวิตอยู่เป็นอนุสรณ์ให้เราได้รำลึกในพระคุณของท่านพระยารัษฎาฯ จวบจนปีนี้ 2555 ยางต้นนี้ก็มีอายุได้ 113 ปีแล้ว
มาเที่ยวตรังอีกหนึ่งกิจกรรมที่ห้ามพลาดคือ การไปดำน้ำดูโลกใต้ท้องทะเลตามหมู่เกาะต่างๆ ในท้องทะเลตรัง มีให้เลือกทั้งแบบสปีดโบ๊ท เรือหางยาว หรือเรือนำเที่ยวแบบเป็นกรุ๊ปรวม เลือกได้ตามปัจจัยในกระเป๋า โดยสามารถเลือกได้ว่าอยากจะไปเที่ยวที่เกาะไหนบ้างตามโปรมแกรมที่เรือนำเที่ยวมีไว้ หรืออาจจะเช่าเรือไปเที่ยวต่างหากก็ได้เฉพาะที่ก็ได้ ครั้งนี้เรามาลงเรือที่ ท่าเรือปากเมง ซึ่งเป็นท่าเรือสำหรับเดินทางไปตามหมู่เกาะต่างในทะเลอันดามัน เช่น เกาะไหง เกาะเชือก เกาะม้า เกาะกระดาน เกาะมุก เป็นต้น
เกาะแรกที่เราจะไปดำน้ำกัน คือ เกาะเชือกและเกาะม้า ซึ่งอยู่ห่างจากท่าเรือปากเมงประมาณ 12 กิโลเมตร ทั้ง เกาะเชือก และ กาะม้า นี้ มีลักษณะเป็นภูผากลางทะเล ไม่มีชายหาดให้ขึ้นไปบนเกาะได้ แต่ความพิเศษของเกาะแห่งนี้ก็คือ เป็นแหล่งปะการังน้ำตื้นที่สมบูรณ์สวยงาม จุดนี้เป็นจุดที่มีกระแสน้ำเชี่ยว การดำน้ำดูปะการังจึงต้องมีเชือกให้คอยเกาะไว้เพื่อป้องกันกระแสน้ำพัดออกไปไกลจากตัวเรือจนอาจเป็นอันตรายได้ จึงเป็นที่มาของคำว่า เกาะเชือกนั่นเอง
ต่อด้วย เกาะกระดาน เกาะนี้ใช้เวลาเดินทางจากหาดปากเมงราวๆ 1 ชั่วโมง 30 นาที พื้นที่ของเกาะแห่งนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของ อุทยานแห่งชาติเจ้าไหม และส่วนของเอกชน ทางด้านตะวันออกมีสวนยางและสวนมะพร้าว มีที่พักให้บริการ เกาะกระดานมีหาดทรายทอดยาวขาวสะอาด น้ำใส มีแนวปะการังน้ำตื้นที่สมบูรณ์ สวยที่สุดในทะเลตรัง จึงถูกใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีวิวาห์ใต้สมุทรของเมืองตรัง มีจุดชมวิวทั้งด้านพระอาทิตย์ขึ้นและด้านพระอาทิตย์ตกที่สวยงามแปลกตาไม่ซ้ำกับที่ใดๆ บริเวณที่ทำการหน่วยบริการนักท่องเที่ยว มีบ้านพัก ลานกางเต๊นท์ ห้องน้ำและร้านค้าเปิดให้บริการในฤดูท่องเที่ยว ยิ้มเท่ห์
อีกเกาะที่มีที่พักให้บริการคือ เกาะไหง ซึ่งตั้งอยู่ในเขตรอยต่อของ จังหวัดกระบี่และตรัง แต่ด้วยการเดินทางจากจังหวัดตรังจะสะดวกสบายใกล้กว่า จึงจัดให้เป็นกลุ่มสถานที่ท่องเที่ยวในเขตทะเลตรัง เกาะไหงเป็นเกาะที่มีหาดทรายสีขาวสะอาดทอดยาวตลอดแนวฝั่งตะวันออก อยู่ในมุมซี่งเป็นแหล่งกำบังคลื่นลมจากมหาสมุทรได้ดี จึงเป็นที่เหมาะแก่การเล่นน้ำทะเลเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังมีท่าเรือระดับมาตรฐานในโซนทะเลอันดามันใต้ ทำให้จากที่นี่คุณสามารถเดินทางไปที่อื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย เกาะไหงจึงเป็นศูนย์กลางของการเดินเรือระหว่าง ภูเก็ต, เกาะพีพี, เกาะลันตา, และเกาะทางใต้อื่นๆ เช่น เกาะมุก, เกาะกระดาน, เกาะลิบง, เกาะหลีเป๊ะ แม้กระทั่งเกาะลังกาวี ของประเทศมาเลเซียอีกด้วย 
จากเกาะไหงก็มาถึงไฮไลท์ของการท่องเที่ยวทะเลตรังกันแล้ว เกาะมุก และถ้ำมรกต เกาะมุกนี้เป็นเกาะใหญ่เกาะหนึ่งในน่านน้ำตรัง ทางด้านตะวันออกของเกาะมีชุมชนบ้านเกาะมุก และท่าเทียบเรือเข้าหมู่บ้าน มีที่พักให้บริการ ส่วนอีกด้านมีลักษณะโค้งเป็นอ่าวกำบังลมได้ดี เรียกว่า อ่าวพังกา ชายทะเลทั้งสองด้านมีหาดทรายขาวสะอาด น้ำใส เหมาะที่จะเล่นน้ำได้ ส่วนทางด้านทิศตะวันตกของเกาะมีลักษณะเป็นโขดผาสูงตระหง่าน และได้ซุกซ่อน ถ้ำมรกต หรือถ้ำน้ำ ซึ่งมีความงดงามตระการตาไว้อย่างมิดชิด ถ้ำมรกรตนี้จะเข้าออกได้เฉพาะช่วงน้ำลงเท่านั้น โดยปากถ้ำเป็นเพียงโพรงเล็กๆ สูงพอให้เรือพายลอด หรือว่ายน้ำลอยคอเข้าไปได้เท่านั้น พ้นปากถ้ำเข้าไปเป็นเส้นทางคดโค้ง ระยะทางประมาณ 80 เมตร บางช่วงมืด บางช่วงมีช่องให้แสงจากเบื้องบนลอดผ่านเข้ามากระทบกับน้ำใสในถ้ำให้แสงสะท้อนออกมาเป็นสีเขียวมรกตสวยงามประทับใจ เมื่อพ้นจากถ้ำน้ำนี้ออกมาสู่อีกด้านหนึ่งจะพบว่าเป็นลากูน น้ำเขียวใสสะอาดให้เล่นน้ำ มีหาดทรายขาวสะอาดโอบล้อมด้วยหน้าผาสูงรอบด้าน ใช้เวลาเดินทางจากหาดปากเมงราวๆ 40 นาที

เมื่อชมความงามของท้องทะเลตรังกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาเดินทางกลับเข้าฝั่งประมาณเวลา 16.00 - 17.00 น. แล้วแต่การบริหารเวลาของเรือแต่ละลำ เมื่อเรามมุ่งหน้าตรงออกทางหาดปากเมงซึ่งห่างจากท่าเรือมาประมาณ 1 กิโลเมตรกว่าๆ เราก็จะได้พบเห็นภาพบรรยากาศที่งดงาม ภาพพระอาทิตย์ที่ค่อยๆ อัสดงระหว่างภูเขา เกาะแก่งน้อยใหญ่ที่สลับกันไปมา ท่ามกลางท้องทะเล ทำให้เราพบว่าจุดนี้เป็นจุดชมวิวชั้นเลิศจุดหนึ่งของเมืองไทยเลยทีเดียว
จากนั้นมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองจังหวัดตรัง อาบน้ำอาบท่ากันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ต่อกันด้วยกิจกรรมโดนใจนักช้อปนักชิมที่ถนนคนเดิน หน้าสถานีรถไฟจังหวัดตรัง ที่นี่เราจะได้เห็นวิถีชีวิตชาวตรัง ชิมขนมพื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง สินค้าที่ระลึก และงานฝีมือ บางทีท่านอาจจะได้ชมเด็กๆ แสดงดนตรีเปิดหมวก ร้องเล่นเต้นรำทำเพลง เป็นการสัมผัสสีสันยามค่ำคืนอีกมุมหนึ่งของเมืองตรัง
เปิดเฉพาะศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 17.30-22.00 น. เท่านั้น
จากจุดนี้มุ่งหน้าตรงขึ้นมาอีก 2 แยกไฟแดงเราก็จะได้พบกับสถาปัตยกรรมอันเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองตรังไปแล้ว นั่นคือ หอนาฬิกา ทรงสี่เหลี่ยมแนวตั้ง มีอายุกว่า 50 ปีมาแล้ว มีการติดไฟประดับสลับสีกันทุกๆ 10 วินาที สร้างความสวยงามแปลกตาให้กับนักท่องเที่ยวได้มาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันอีกจุดหนึ่ง

ก่อนโบกมืออำลาจากเมืองตรังสิ่งสำคัญที่เราควรทำไม่ว่าจะก่อนหรือหลังห้ามลืมเป็นอันขาด นั่นคือ การมากราบสักการะ อนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) ซึ่งตั้งอยู่ที่สวนสาธารณะเขารัง ในเขตอำเภอเมือง อนุเสาวรีย์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติให้กับพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) ปูชนียบุคคลผู้สร้างสรรค์คุณประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจและสังคมให้กับจังหวัดตรัง และพี่น้องชาวใต้มาจนถึงทุกวันนี้ บนเขารังแห่งนี้ยังเป็นจุดชมทัศนียภาพที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง มีมุมสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ มุมออกกำลังกาย และสันทนาการอีกมากมาย
ความจริงเมืองตรังยังที่สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และไม่ควรพลาดอีกมากมาย เช่น พระนอนทรงเครื่องโนราวัดภูเขาทอง น้ำตกกะช่อง หาดหยงหลิง ถ้ำเจ้าไหม เกาะลิบง หาดเจ้าไหม เกาะเหลาเหลียง ถ้ำเลเขากอบ ฯลฯ เป็นต้น เราจึงขอฝากความตรึงตราในการมาเที่ยวเมืองตรังในภาคแรกไว้เพียงเท่านี้ก่อนพอเป็นน้ำจิ้ม หากโอกาสหน้าเราได้มาเยือนแดนดินถิ่นนี้อีกครั้ง เราสัญญาว่าเราจะนำความติดตราตรึงใจของจังหวัดตรัง ในมุมมองใหม่ๆ มานำเสนอให้ท่านอย่างยากที่จะลืมกันเลยทีเดียว...สวัสดีเมืองตรัง


TIPS การเดินทาง
ถยนต์ส่วนตัว
1. เส้นทางที่ 1 ทางหลวงหมายเลข 4 กรุงเทพฯ - ชุมพร จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข 41 ผ่านสุราษฎร์ฯ - ทุ่งสง - ห้วยยอด - ตรัง ระยะทาง 828 กิโลเมตร
2. เส้นทางที่ 2 ทางหลวงหายเลข 4 กรุงเทพฯ - ชุมพร จากนั้นนั้นผ่านแยกเข้าระนอง - พังงา - กระบี่ - ตรัง ระยะทาง 1,020 กิโลเมตร
รถโดยสารประจำทาง
มีรถออกจากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ทุกวัน สอบถามรายละเอียดและตารางเดินรถได้ที่ Call Center โทร.1490 เรียก บขส.
ขอบคุณ :
- การท่องเที่ยวสำนักงานตรัง โทร. 0-7521-5867, 0-7521-1058 www.tattrang@tat.or.th
- บริษัทนำเที่ยว จาระวีทัวร์ โทร. 0-7527-4046
- โรงแรมศรีตรัง โทร. 0-7521-8122 www.sritranghotel.com

Sunday, November 25, 2012

เที่ยวตามรอยแรงเงา คาร์ชัวร์รีน่ารีสอร์ท ฉากสวีทหวานริมทะเลวีกิจ&มุนินทร์


ช่วงนี้กำลังเข้าสู่เทศกาลท่องเที่ยวฤดูหนาวที่ใครหลายคนตั้งหน้าตั้งตารอคอยให้ลมหนาวพัดมาเยือนไวๆ จะได้ขึ้นดอย ขึ้นเขา ไปนอนกอดลมหนาวให้สมใจยากกันซักที แต่สำหรับ เฮียกันต์ แล้ว ขอบอกตรงๆ ว่า ช่วงนี้หัวใจมันร่ำร้องอยากไปเที่ยวทะเล เดินเล่น รับลมชมวิว ให้ผิวขาวๆ เนียนๆ เป็นสีแทนเหมือนฝรั่งเขาซะจริงๆ แต่นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของความเพ้อฝันเท่านั้น เพราะเรื่องของเรื่องมันมีอยู่ว่า เมื่อคืนก่อนนี่สิ ระหว่างเฮียกันต์นอนตีพุงกินป็อบคอร์นดูละครสุดฮิตเรื่อง อุบัติเหตุ ทางช่อง 7 สีอย่างเมามันส์ ที่ส่วนหนึ่งนอกจากได้พระเอกกล้ามแน่นอย่าง อ๋อม-อรรคพันธ์ นะมาตร์ หวนมาประกบคู่อีกครั้งกับนางเอกสาวซุปตาร์ตัวแม่ อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ เป็นแม่เหล็กดึงดูดให้แฟนคลับติดตามกันงอมแงมแล้ว เนื้อหาที่เข้มข้นปนดราม่าสุดๆ ตามสไตล์ละคร7 สี และฉากโรแมนติกหว๊านเว่อร์ที่พระเอกกุ๊กกิ๊กกับนางเอกริมทะเลเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็พาเอาคนดูอย่างเฮียกันต์แอบเคลิบเคลิ้มไปกับความกุ๊กกิ๊กน่ารักของพระเอกนางเอกหนักอยู่เหมือนกัน แถมยังจินตนาการต่อไปอีกว่า อีกไม่นานจะตามรอยละครเรื่องอุบัติเหตุไปเที่ยวทะเลให้ได้ อิ...อิ (อดใจรออีกนิดนะ เดี๋ยวสนุก! ท่องเที่ยว จะพาทุกคนไปทัวร์)
ส่วนอีกเรื่องที่มาแรงที่สุดในตอนนี้อย่าง แรงเงา ที่เฮียกันต์ติดงอมแงมไม่แพ้กัน และได้พาไปชม โรงแรมบัดดี้ โอเรียนทอล ริเวอร์ไซด์ ปากเกร็ด ( Buddy Oriental Riverside Pakkred) ฉากเก๋ๆ ที่ใช้ถ่ายทำกองงานพัสดุภัณฑ์ สถานที่ทำงานของ ผอ. เจนภพ และ ตามรอยไปชิม ‘ร้านสองฝั่งคลอง‘ มุมดินเนอร์ของวีกิจ&มุนินทร์ แล้ว อีกหนึ่งฉากที่ประทับใจคนดูและหลายคนติดตาพาเพ้อฝัน ก็คือ ฉากที่ วีกิจ พา มุนินทร์ ไปสวีทหวานริมทะเล และพักในรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ฉากนี้มีผู้อ่าน สนุก! ท่องเที่ยว มาถามเฮียกันต์มาในเฟสบุ๊ก Sanook! Travel ว่า เขาไปถ่ายทำกันที่ไหนนะ อยากตามไปเที่ยวบ้าง เฮียกันต์ เลยขอเอาใจคนอ่านไปสืบเสาะเจาะลึกจนได้ความว่า ฉากนี้ทีมละครแรงเงา เขายกกองไปถ่ายกันที่รีสอร์ทเก๋ๆ ริมชายหาดปึกเตียน จ.เพชรบุรี นู้น ชื่อว่า คาชัวรีน่า รีสอร์ท ที่บรรยากาศแสนเงียบสงบ เป็นส่วนตัวเอามากๆ จนเฮียกันต์แอบเพ้ออีกแระว่า อยากจะตามรอยละครแรงเงาไปสวีทหวานกับมุนินทร์เสียจริงๆ แต่แอบติดว่าเขามีวีกิจเป็นเจ้าของหัวใจอยู่แล้ว เฮียกันต์เลยขออาสาคุณผู้อ่านสุดที่รักไปชมคาชัวร์รีน่า บีช รีสอร์ท แทนล่ะกัน ไปดูสิว่าจะสวยจริงไรจริง โรแมนติกกิ๊บเก๋เหมือนในแรงเงาหรือเปล่านะ?
คาชัวริน่า รีสอร์ท บ้านพักตากอากาศริมหาดปึกเตียน ตกแต่งในสไตล์บาหลีและมีลูกเล่นแปลกใหม่ที่ตัวบ้านพักเป็นแบบปูนเปลือย ผสมผสานกับความทันสมัยได้อย่างลงตัว บริเวณร่มรื่นไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่มากมาย อากาศจึงเย็นสบาย เหมาะสำหรับมาพักผ่อนทั้งแบบส่วนตัว ครอบครัว และคู่รัก ที่ต้องการบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติและเงียบสงบ
มีสระว่ายน้ำกลางแจ้งให้คุณว่ายเล่นหรือนอนอ่านหนังสือเล่มโปรด หรือจะออกไปเดินเล่นริมชายหาดส่วนตัวที่สะอาด สงบ พร้อมเพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์และความสวยงามของเมืองตากอากาศแห่งนี้ได้อย่างเต็มที่
คุณผู้อ่านสุดเลิฟท่านไหนสนใจจะตามไปเที่ยวตามละครแรงเงาก็จัดไปได้นะ ขอบอกว่าที่นี่เงียบสงบน่ารักมาก จนอยากเพ้อว่าจะพามุนินทร์กับวีกิจมาเที่ยวด้วยกันอีกครั้ง ช่วงนี้กำลังอินมาก เพราะละครใกล้อวสานแล้ว แล้วคราวหน้าเฮียกันต์จะพาไปเที่ยวตามรอยละครกันอีกนะ ส่วนจะเป็นที่ไหนคอยติดตาม หรือกดไลท์เข้าไปรีเควสในเฟสบุ๊ก Sanook! Travel ก็ได้ รับรองเริ่ดทุกที่
ชื่อ: คาชัวริน่า รีสอร์ท
ที่ตั้ง: ตำบลปึกเตียน อำเภอท่ายาง
โทร. 0 3244 3000
เว็บไซต์: www.casuarina-resort.com
เรื่อง: เฮียกันต์
ขอบคุณภาพสวยๆ จาก: www.casuarina-resort.com

บทความที่ได้รับความนิยม